อียูรับรองวัคซีนโควิดของไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค

หน่วยงานตรวจสอบด้านยาและเวชภัณฑ์ของสหภาพยุโรป อนุมัติการใช้งานวัคซีนที่ผลิตโดยบริษัทไฟเซอร์ของสหรัฐ ร่วมกับบริษัทไบโอเอ็นเทคของเยอรมนี เพื่อป้องกันโรคโควิด-19 ให้แก่ประชาชนในภูมิภาค

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ว่าองค์การยาสหภาพยุโรป ( อีเอ็มเอ ) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ เรื่องการขึ้นทะเบียนทางการค้า “ภายใต้เงื่อนไข” ให้กับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่ผลิตโดยบริษัทไฟเซอร์ของสหรัฐ ร่วมกับบริษัทไบโอเอ็นเทคของเยอรมนี ขณะที่ภายในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา คณะกรรมาธิการยุโรป ( อีซี ) ลงมติอย่างเป็นทางการ รับรองวัคซีนตัวนี้เช่นกัน
 
แม้หลายฝ่ายยังคงมีความวิตกกังวลต่อผลข้างเคียงจากการได้รับวัคซีน และคำถามว่าผู้มีโรคประจำตัวโดยเฉพาะภูมิแพ้ และหญิงมีครรภ์สมควรได้รับวัคซีนตัวนี้แล้วหรือยัง รายงานของอีเอ็มเอระบุว่า “ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเป็นกังวล ณ เวลานี้” และ “ยังไม่มีหลักฐาน” ว่าวัคซีนตัวนี้จะไม่สามารถยับยั้งเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ชนิดกลายพันธุ์ ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในสหราชอาณาจักร และอีกหลายประเทศในภูมิภาค
 
ทั้งนี้ พญ.อีเมอร์ คุก ผู้อำนวยการของอีเอ็มเอ กล่าวว่าวัคซีนเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หมดไปจากโลกได้ แต่อย่างน้อยการที่ประชาชนจำนวนมากที่สุดได้รับภูมิคุ้มกัน จะช่วยให้การดำเนินชีวิตของทุกคนในสังคมกลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุดได้
 
ขณะที่นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ เลเยน ประธานอีซี ประกาศกำหนดการเริ่มแจกจ่ายวัคซีนของไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค ในทั้ง 27 ประเทศสมาชิกอียู ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค. นี้ และทุกประเทศปฏิบัติตามเงื่อนไขเดียวกัน คือบุคลากรการแพทย์ และกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่ต้องทำงานพบปะผู้คนเป็นจำนวนมาก ต้องได้รับวัคซีนก่อนกลุ่มอื่น โดยสหภาพยุโรปสั่งซื้อวัคซีนของไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค เบื้องต้น 200 ล้านโดส ในราคาโดสละ 15.50 ยูโร ( ราว 571.55 บาท ) เพียงพอแจกจ่ายให้ประชากร 100 ล้านคน และกำลังเจรจาสั่งซื้อเพิ่มอีกอย่างน้อย 100 ล้านโดส